โรงเรียนบ้านหนองนกกะเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 จังหวัดราชบุรี
วันที่ 25 กรกฎาคม 2021 6:34 PM
b-school04
logo-cโรงเรียนบ้านหนองนกกะเรียน
หน้าหลัก » นานาสาระ » การบวชครั้งแรกของผม กับประสบการณ์ดีๆที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้มค่า

การบวชครั้งแรกของผม กับประสบการณ์ดีๆที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้มค่า

อัพเดทวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 เข้าดู 103 ครั้ง

การบวชครั้งแรกของผม ประสบการณ์ตอนบวชในชีวิตของวัยทำงาน

การบวชครั้งแรกของผม อดีตของชีวิตตอนที่เป็นเด็ก ก่อนหน้านี้ชีวิตผมผ่านมาจนอายุเข้าใก้ล 58 ปีแล้วก็ยังไม่มีโอกาสได้บวชกับเขาสักครั้ง แม้กระทั่งบวชเณรที่ผู้ใหญ่เขาชอบให้เด็กบวชกัน สมัยผมเป็นเด็กผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ได้บังคับอะไรทั้งที่คุณย่าผมท่านก็เป็นคนที่เข้าวัดเป็นประจำและชอบทำบุญตักบาตร

ญาติพี่น้องคนอื่นก็ไม่ใช่คนห่างศาสนาบางคนก็ตื่นแต่เช้าไปใส่บาตรเป็นประจำ ผมคิดว่าญาติพี่น้องคงไม่อยากบังคับจิตใจลูกหลานคงคิดว่าให้เราเกิดความศรัทธาและเกิดความเลื่อมใสและอยากบวชเอง สมัยเด็กถ้าผมตัดสินใจจะบวชเณรคุณพ่อคุณและญาติผู้ใหญ่ของผมคงดีใจมาก

ผมเองสมัยเป็นเด็กก็ชอบเล่นสนุกไปตามเรื่องตามราวแบบเด็กๆ แด่ผมก็เป็นเด็กที่เรียบร้อยและชอบตามผู้ใหญ่ไปวัด ผมชอบฟังพระเทศน์ชอบสวดมนต์ เวลากลางคืนผมชอบไปนั่งคุยกับคุณย่าท่านชอบเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟังสมัยที่ท่านยังเป็นสาวและต้องย้ายไปตามจังหวัดต่างๆตามคุณปู่ซึ่งเป็นตำรวจ และท่านก็ชอบเล่าเรื่องผีให้ฟัง

ท่านปฏิบัติกรรมฐานเมื่อขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นท่านเล่าว่าท่านก็มองเห็นพวกสัมพเวสี บางทีก็นั่งอยู่ตามกำแพงวัด ที่บ้านเราเป็นบ้านสวนมีต้นมะพร้าวเยอะบางวันท่านก็เห็นพวกนี้เกาะอยู่ตามต้นมะพร้าว ผมนั่งฟังไปก็กลัวไปแต่ก็อยากให้ท่านเล่า เรื่องผีที่คุณย่าเล่าให้ฟังทำให้ผมเป็นคนกลัวผีมาจนถึงทุกวันนี้ 

ตอนหลังท่านมีอายุมากขึ้นและอยู่ในวัยชรา คุณย่าท่านหันมาปฏิบัติธรรมและไปฟังเทศน์ที่วัดเป็นประจำ ท่านมักจะไปวัดบวรนิเวศวิหารกับวัดจันทร์ประดิษฐารามเสมอ บางทีก็ไปสนทนากับเจ้าอาวาสบ้าง บางครั้งถ้าเป็นวันหยุดเรียนผมก็จะตามไปด้วย ดังนั้นตอนเป็นเด็กผมจึงใก้ลชิดกับวัดใก้ลชิดกับพระและใก้ลชิดกับพระศาสนา แต่ผมกลับไม่รู้สึกอยากบวช

การบวชครั้งแรกของผม

 

ความรู้สึกที่มีต่อการบวชและพระสงฆ์

ตอนเป็นเด็กผมเป็นเด็กที่กลัวพระ พบเจอพระที่ไหนผมก็ไห้วด้วยความเคารพบูชาแต่ผมไม่ค่อยกล้าพูดกล้าคุยกับพระ คนที่บวชเป็นพระได้จะต้องมีจะต้องมีความพิเศษมากกว่าคนธรรมดา เพราะพระมีข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดมาก พระพุทธเจ้าท่านกำหนดไว้เรียกว่าพระธรรมวินัย

และพระกินข้าวเย็นไม่ได้ นอนบนที่นอนไม่ได้ ต้องระวังรักษากิริยาเก็บอาการทำอะไรรุ่มร่ามไม่ได้ ต้องตื่นแต่เช้ามืดมาทำวัตรเช้า ต้องสวดมนต์บทต่างๆให้ได้หลายบท พระมีศีล 227 ข้อต้องรักษาหากทำผิดวินัยข้อใดต้องมาปลงบัติและลงโบสถ์ และอะไรอีกมากมายชีวิตการเป็นพระจึงไม่ง่ายเลย และที่สำคัญผมเป็นคนกลัวผีด้วย

 

ตอนเติบโตเป็นหนุ่มก็ยังไม่มีโอกาสได้บวช

ที่จริงผมเองก็เคยไปงานบวชบ่อยๆ บวชญาติพี่น้องบ้าง บวชเพื่อนที่ทำงานบ้าง บวชลูกชายเพื่อนบ้าง ผมเริ่มเข้าใจชีวิตของพระและกลัวการบวชน้อยลง ผมเริ่มกล้าพูดคุยกับพระกับเจ้าผมเข้าใจแล้วว่าพระก็คือบุคคลธรรมดาที่เข้ามาบวชในพุทธศาสนาเพื่อขัดเกลาตนเองให้มีความเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้น วันแรก ของการบวช การบวชเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ให้กับตนเองที่สำคัญถ้าทำได้ทั้งบวชและเรียนจะยิ่งได้บุญมากขึ้นอีก และการบวชยังส่งผลบุญไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วให้ได้ผลบุญที่เราส่งไปให้ด้วย ผมจึงไม่ได้รู้สึกกลัวการบวชอีกต่อไปแต่เหตุผลที่ผมยังไม่มีโอกาสได้บวชคือผมติดภารกิจตามปกติของฆราวาสคือเรื่องการเรียน, การทำงานหาเลี้ยงชีวิตและการมีครอบครัวจนไม่ได้คิดเรื่องบวชเป็นความจำเป็นอันดับต้นๆ มากไปกว่าการทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพและผ่อนบ้านผ่อนรถซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นกว่า แต่ผมก็ไม่ได้เลิกคิดถึงเรื่องการบวชและคิดว่าอนาคตคงมีโอกาสได้บวชสักครั้ง เหตุผลอีกประการที่สำคัญที่ผมมีความคิดในตอนนั้นคือการบวชมีขั้นตอนก่อนบวชที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายมาก

 

เหตุที่ได้บวช

เมื่อต้นปี 2562 วันหนึ่งผมบังเอิญไปเห็นข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่าทางพระครูปลัดสุชาติ ฐานจาโรท่านเป็นประธานมูลนิธิส่งเสริมพระพุทธศาสนา ท่านจะจัดให้มีการบวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพเนื่องในวันพระราชสมภพ จัดบวชที่สำนักสงฆ์สุพีรอนวนาราม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นการบวชหมู่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผมจึงได้โทรติดต่อไปยังท่านเพื่อขอร่วมบวชท่านจึงให้เดินทางมาเตรียมตัวที่สำนักสงฆ์ก่อนพิธีหนึ่งวันคือวันที่ 26 มีนาคม 2562

 

ประสบการณ์แต่ละวันตอนบวช

เป็นครั้งแรกที่ผมจะไปอำเภอกบินทร์บุรีผมจึงต้องศึกษาเส้นทางให้แน่นอนก่อนออกเดินทาง เวลา 6.30 น ผมขับรถออกจากบ้านเพื่อนผมที่ซอยพัฒนาการ 30 วิ่งไปทางมอเตอร์เวย์แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางฉะเชิงเทราก่อนถึงฉะเชิงเทราเลี้ยวขวาวิ่งสาย 304 ไปทางอำเภอพนมสารคามวิ่งตรงไปทางอำเภอศรีมหาโพธิและผ่านนิคมโรจนะปราจีนบุรีแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสาย 33 เข้ากบินทร์บุรี จากนั้นผมจึงขับรถต่อไปทางสระแก้วประมาณ 10 กิโลเมตรจึงมองเห็นป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์สุพีรอนวนารามผมขับรถเข้าไปอีกประมาณเจ็ดกิโลเมตรจึงถึงสำนักสงฆ์ประมาณบ่ายโมง และได้พักผ่อนจนถึงตอนเย็นจึงกินข่าวเย็นและแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเต้นท์ของแต่ละคนที่อยู่ในสวนยูคาลิปตัส มีผู้ร่วมบวชจำนวนเจ็ดสิบกว่าคนส่วนหนึ่งเป็นชาวบ้านแถวนั้นและยังมีทหารตำรวจหลายคนบวชด้วย

 

วันที่ 27 มีนาคม 2562

ประชุมเพื่อเตรียมตัวทำพิธีตัดปอยผมและรับชุดขาวที่มี้ผู้บริจาคมาให้

วันที่ 28 มีนาคม 2562

มีพิธีตัดปอยผมโดยผู้ใหญ่ของทางจังหวัด ตอนเย็นทำขวัญนาคโดยคณะของไวพจน์ เพชรสุพรรณ

วันที่ 29 มีนาคม 2562

ตอนเช้าเจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรีมาทำพิธีบวชเณรให้ ตอนบ่ายเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบ้านนาที่อยู่ใก้ลสำนักสงฆ์ ผมได้รับฉายา “อภิชโน”

วันที่ 30 มีนาคม 2562 – 7 เมษายน 2562

ทำกิจประจำวันระหว่างที่บวช ตื่นประมาณตีสี่ครึ่งทำวัตรเช้าเสร็จแล้วฉันอาหารเช้า พักผ่อนศึกษาธรรมะจากหนังสือ  ถึงเวลาเพลมีเจ้าภาพและญาติธรรมจัดหาอาหารเพลมาถวาย ฉันเพลแล้วแยกย้ายกันพักผ่อนหรือปฏิบัติกิจที่เป็นประโยชน์ ตอนเย็นสวดมนต์ทำวัตรเย็น พระพี่เลี้ยงนำเดินจงกรมหลังจากนั้นฉันน้ำปานะแล้วกลับไปพักผ่อน

วันที่ 8 มีนาคม 2562

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ประทานเกียรติบัตรและฉายาบัตรให้

วันที่ 9 เมษายน 2562 

เจ้าคณะตำบลบ้านนา ทำพิธีลาสิกขา (สึก) ให้ หลังจากนั้นขับรถกลับบ้านที่สวรรคโลก

สิ่งที่ได้จากการบวช

การได้บวชครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากทำให้ผมเป็นคนที่มีสติมั่นคงขึ้น จิตใจนิ่งขึ้นและระวังกิริยาอาการตัวเองมากขึ้น มีชีวิตที่เป็นระเบียบและปล่อยวางจากสิ่งต่างๆได้มากขึ้น หลังจากนั้นผมได้เป็นคนที่สวดมนต์ทุกวัน สิ่งที่ผมดีใจมากที่สุดคือได้สร้างผลบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติของผมที่เสียชีวิตไปแล้วทุกๆคน

นานาสาระ ล่าสุด